คู่เงิน forex คู่เงินหลัก คู่เงินรอง คู่เงิน Exotic คืออะไร คู่เงิน 28 คู่เงิน พร้อมคำอธิบาย มีอะไรบ้าง

คู่เงิน forex คืออะไร

คู่เงิน forex คู่เงินหลัก คู่เงินรอง คู่เงิน Exotic คืออะไร
คู่เงิน forex คู่เงินหลัก คู่เงินรอง คู่เงิน Exotic คืออะไร

ตลาด Forex (Foreign Exchange) คู่เงิน (Currency Pair) หมายถึง การจับคู่ระหว่างสองสกุลเงินที่ใช้ในการซื้อขายกันในตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราโลก โดยคู่เงิน Forex ประกอบด้วย 3 ประเภทหลักๆคือ คู่เงินหลัก(Major Currency Pairs)  คู่เงินรอง(Cross Currency Pairs) และ คู่เงินเกิดใหม่(Exotic Currency Pairs) ในการซื้อขายคู่เงินใน Forex นักลงทุนจะเสมือนกับการซื้อเงินตราหนึ่งด้วยเงินตราอีกอย่างหนึ่ง ยกตัวอย่างเช่น ใน EUR/USD ถ้าคุณซื้อคู่เงินนี้และราคาขึ้นขึ้น คุณจะได้กำไร แต่ถ้าราคาลดลง คุณจะขาดทุน. การเทรดคู่เงินใน Forex เป็นการเดิมพันในทิศทางราคาของสกุลเงินที่เป็นตัวในคู่เงิน

คู่เงินหลัก คืออะไร

คู่เงินหลัก (Major Currency Pairs) ในตลาด Forex (Foreign Exchange) คือคู่เงินที่มีความสำคัญและมีปริมาณการซื้อขายมากที่สุดในตลาดนี้ คู่เงินหลักมักจะประกอบด้วยสกุลเงินที่มีเศรษฐกิจใหญ่ของประเทศทั้งสองในคู่เงินนั้น และมีความนิยมในการซื้อขายระหว่างนักลงทุนในระดับโลก มีทั้งหมด 7 คู่เงินหลัก ดังนี้:

    1. EUR/USD (Euro/US Dollar) – คู่เงินยูโร (EUR) และดอลลาร์สหรัฐ (USD)
    2. USD/JPY (US Dollar/Japanese Yen) – คู่เงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) และเยนญี่ปุ่น (JPY)
    3. GBP/USD (British Pound/US Dollar) – คู่เงินปอนด์สเตอร์ลิง (GBP) และดอลลาร์สหรัฐ (USD)
    4. USD/CHF (US Dollar/Swiss Franc) – คู่เงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) และฟรังก์สวิส (CHF)
    5. AUD/USD (Australian Dollar/US Dollar) – คู่เงินดอลลาร์ออสเตรเลีย (AUD) และดอลลาร์สหรัฐ (USD)
    6. USD/CAD (US Dollar/Canadian Dollar) – คู่เงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) และดอลลาร์แคนาดา (CAD)
    7. NZD/USD (New Zealand Dollar/US Dollar) – คู่เงินดอลลาร์นิวซีแลนด์ (NZD) และดอลลาร์สหรัฐ (USD)

คู่เงินหลักมีลักษณะเป็นคู่เงินที่มีความเสถียรและความนิยมในการซื้อขายในระดับโลก นักลงทุนมักใช้ข้อมูลทางเศรษฐกิจและเหตุการณ์ทางการเมืองของประเทศต่าง ๆ ในการวิเคราะห์และการตัดสินใจในการลงทุนในคู่เงินหลักนี้ การซื้อขายคู่เงินหลักมักมีค่า Spread (ค่าต่างระหว่างราคาซื้อและราคาขาย) ที่ต่ำกว่าคู่เงิน Exotic ซึ่งทำให้มีความนิยมในการซื้อขายอย่างแพร่หลายในวงกว้างของนักลงทุน Forex.

คู่เงินรอง คืออะไร

คู่เงินรอง (Minor Currency Pairs) ในตลาด Forex (Foreign Exchange) คือคู่เงินที่ไม่ใช่คู่เงินหลัก (Major Currency Pairs) คู่เงินรองประกอบด้วยสกุลเงินที่ไม่มีความสำคัญในระดับโลกหรือไม่ได้มีปริมาณการซื้อขายมากเท่ากับคู่เงินหลัก โดยส่วนใหญ่คู่เงินรองมีความนิยมน้อยกว่าและมีค่า Spread (ค่าต่างระหว่างราคาซื้อและราคาขาย) ที่สูงกว่าคู่เงินหลัก ตัวอย่างของคู่เงินรองเช่น:

    1. EUR/GBP (Euro/British Pound) – คู่เงินยูโร (EUR) และปอนด์สเตอร์ลิง (GBP)
    2. EUR/AUD (Euro/Australian Dollar) – คู่เงินยูโร (EUR) และดอลลาร์ออสเตรเลีย (AUD)
    3. GBP/JPY (British Pound/Japanese Yen) – คู่เงินปอนด์สเตอร์ลิง (GBP) และเยนญี่ปุ่น (JPY)
    4. AUD/JPY (Australian Dollar/Japanese Yen) – คู่เงินดอลลาร์ออสเตรเลีย (AUD) และเยนญี่ปุ่น (JPY)
    5. CAD/CHF (Canadian Dollar/Swiss Franc) – คู่เงินดอลลาร์แคนาดา (CAD) และฟรังก์สวิส (CHF)

คู่เงินรองมักมีความผันผวนในราคาสูงกว่าคู่เงินหลักและมีความเสี่ยงสูงในการซื้อขาย เนื่องจากมีปริมาณการซื้อขายน้อยกว่าและมีค่า Spread สูง นักลงทุนที่ซื้อขายคู่เงินรองมักจะคาดหวังกำไรจากความเคลื่อนไหวในอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างสกุลเงินทั้งสองในคู่เงินนั้น คู่เงินรองยังมักมีความสัมพันธ์กับเหตุการณ์ทางเศรษฐกิจและเหตุการณ์ทางการเมืองในประเทศต่าง ๆ ที่มีสกุลเงินเป็นตัวบ่งชี้ การวิเคราะห์และการตัดสินใจในการลงทุนในคู่เงินรองมักจะต้องพิจารณาคุณสมบัติเฉพาะของแต่ละสกุลเงินและสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องในประเทศต่าง ๆ

คู่เงิน Exotic คืออะไร

คู่เงิน Exotic ในตลาด Forex (Foreign Exchange) คือคู่เงินที่ประกอบด้วยสกุลเงินจากประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดเล็กหรือไม่มีความนิยมในการซื้อขายระหว่างนักลงทุนในระดับโลก คู่เงิน Exotic มักมีความนิยมน้อยกว่าคู่เงินหลัก (Major Currency Pairs) และคู่เงินรอง (Minor Currency Pairs) และมักมีค่า Spread (ค่าต่างระหว่างราคาซื้อและราคาขาย) ที่สูงกว่าตัวอย่างของคู่เงิน Exotic เช่น

    1. USD/SGD (US Dollar/Singapore Dollar) – ดอลลาร์สหรัฐ (USD) และดอลลาร์สิงคโปร์ (SGD)
    2. USD/HKD (US Dollar/Hong Kong Dollar) – ดอลลาร์สหรัฐ (USD) และดอลลาร์ฮ่องกง (HKD)
    3. USD/TRY (US Dollar/Turkish Lira) – ดอลลาร์สหรัฐ (USD) และลีราตุรกี (TRY)
    4. EUR/TRY (Euro/Turkish Lira) – ยูโร (EUR) และลีราตุรกี (TRY)
    5. USD/THB (US Dollar/Thai Baht) – ดอลลาร์สหรัฐ (USD) และบาทไทย (THB)
    6. USD/ZAR (US Dollar/South African Rand) – ดอลลาร์สหรัฐ (USD) และแรนด์แอฟริกาใต้ (ZAR)

Exotic มักมีความผันผวนในราคาสูงกว่าคู่เงินหลักและมีความเสี่ยงสูงในการซื้อขาย เนื่องจากมีปริมาณการซื้อขายน้อยกว่าและมีค่า Spread สูง นักลงทุนที่สนใจซื้อขายคู่เงิน Exotic ควรระมัดระวังและทำการวิเคราะห์อย่างรอบคอบก่อนการตัดสินใจลงทุนในคู่เงินเหล่านี้ เหตุผลที่คนลงทุนมองคู่เงิน Exotic อาจเป็นเพราะมีโอกาสที่จะได้กำไรสูงกว่าหรือเป็นเรื่องที่น่าสนใจสำหรับการซื้อขายระยะสั้น หรือก็อาจเป็นเพราะต้องการความคล่องตัวในการซื้อขายสกุลเงินที่มีความผันผวนมา

28 คู่เงิน Forex ที่นิยมเทรด

ตลาด Forex (Foreign Exchange) มีคู่เงินมากมายที่นักลงทุนสามารถซื้อขายได้ ต่อไปนี้คือบางส่วนของคู่เงินที่รู้จักในตลาด Forex ซึ่งแบ่งเป็น 28 คู่เงินที่นิยมเทรดมากสุดและมีปริมาณการซื้อขายสูง โดยอันดับนำคือคู่เงิน EUR/USD และนี่คือรายการคู่เงินที่นิยมเทรดมากสุดด้วยปริมาณการซื้อขายที่แตกต่างกัน

  1. EUR/USD (Euro/US Dollar): คู่เงินนี้เป็นหนึ่งในคู่เงินหลักที่สำคัญที่สุดในตลาด Forex โดยครอบคลุมสกุลเงินยูโร (EUR) และดอลลาร์สหรัฐ (USD). มีความนิยมมากที่สุดและมีปริมาณการซื้อขายสูงมาก.
  2. USD/JPY (US Dollar/Japanese Yen): คู่เงินนี้ประกอบด้วยดอลลาร์สหรัฐ (USD) และเยนญี่ปุ่น (JPY). มีความนิยมสูงและมีความผันผวนในราคาเป็นที่รู้จัก.
  3. GBP/USD (British Pound/US Dollar): คู่เงินนี้รวมถึงสกุลเงินปอนด์สเตอร์ลิง (GBP) และดอลลาร์สหรัฐ (USD). เป็นคู่เงินหลักที่นิยมและมีความสัมพันธ์กับเหตุการณ์ทางการเมืองในสหราชอาณาจักร.
  4. AUD/USD (Australian Dollar/US Dollar): คู่เงินนี้ประกอบด้วยดอลลาร์ออสเตรเลีย (AUD) และดอลลาร์สหรัฐ (USD). มีความสัมพันธ์กับราคาของเนื้อร้องและสินค้าอื่น ๆ ที่ส่งออกจากออสเตรเลีย.
  5. USD/CAD (US Dollar/Canadian Dollar): คู่เงินนี้รวมถึงดอลลาร์สหรัฐ (USD) และดอลลาร์แคนาดา (CAD). มีความสัมพันธ์กับราคาน้ำมันและอุตสาหกรรมทรัพยากรในแคนาดา.
  6. USD/CHF (US Dollar/Swiss Franc): คู่เงินนี้ประกอบด้วยดอลลาร์สหรัฐ (USD) และฟรังก์สวิส (CHF). มีค่าเป็นที่รู้จักในการลงทุนในฟรังก์สวิสเป็นสกุลเงินที่มีความเสถียร.
  7. NZD/USD (New Zealand Dollar/US Dollar): คู่เงินนี้รวมถึงดอลลาร์นิวซีแลนด์ (NZD) และดอลลาร์สหรัฐ (USD). มีความสัมพันธ์กับเศรษฐกิจและเกษตรกรรมในนิวซีแลนด์.
  8. EUR/JPY (Euro/Japanese Yen): คู่เงินนี้ครอบคลุมสกุลเงินยูโร (EUR) และเยนญี่ปุ่น (JPY). มีความผันผวนในราคาสูงและมักเป็นที่นิยมในการเทรดที่มีความเสี่ยงสูง.
  9. GBP/JPY (British Pound/Japanese Yen): คู่เงินนี้รวมถึงสกุลเงินปอนด์สเตอร์ลิง (GBP) และเยนญี่ปุ่น (JPY). เป็นคู่เงินที่มีความผันผวนในราคาสูงและมักเห็นการเปลี่ยนแปลงในค่าเทรดบอลในช่วงเวลาสั้น ๆ.
  10. EUR/GBP (Euro/British Pound): คู่เงินนี้นิยมเทรดและรวมถึงสกุลเงินยูโร (EUR) และปอนด์สเตอร์ลิง (GBP). มีความสัมพันธ์กับเหตุการณ์ทางการเมืองในยุโรป.
  11. AUD/JPY (Australian Dollar/Japanese Yen): คู่เงินนี้รวมถึงดอลลาร์ออสเตรเลีย (AUD) และเยนญี่ปุ่น (JPY). เป็นคู่เงินที่มีความผันผวนในราคาสูงและมักใช้ในการซื้อขายแบบคาดการณ์.
  12. EURAUD (Euro/Australian Dollar): คู่เงินนี้รวมถึงสกุลเงินยูโร (EUR) และดอลลาร์ออสเตรเลีย (AUD). มีความผันผวนในราคาและมีความสัมพันธ์กับการคาดการณ์ในเศรษฐกิจยุโรปและออสเตรเลีย.
  13. EURCHF (Euro/Swiss Franc): คู่เงินนี้รวมถึงสกุลเงินยูโร (EUR) และฟรังก์สวิส (CHF). เป็นคู่เงินที่มีความเสถียรและมักเป็นที่นิยมในการลงทุนในฟรังก์สวิส.
  14. AUDNZD (Australian Dollar/New Zealand Dollar): คู่เงินนี้รวมถึงดอลลาร์ออสเตรเลีย (AUD) และดอลลาร์นิวซีแลนด์ (NZD). มีความผันผวนในราคาและมักใช้ในการซื้อขายแบบคาดการณ์.
  15. NZDJPY (New Zealand Dollar/Japanese Yen): คู่เงินนี้รวมถึงดอลลาร์นิวซีแลนด์ (NZD) และเยนญี่ปุ่น (JPY). เป็นคู่เงินที่มีความผันผวนในราคาสูงและมักใช้ในการเทรดในระยะเวลาสั้น.
  16. GBPAUD (British Pound/Australian Dollar): คู่เงินนี้รวมถึงสกุลเงินปอนด์สเตอร์ลิง (GBP) และดอลลาร์ออสเตรเลีย (AUD). เป็นคู่เงินที่มีความผันผวนในราคาสูงและมักใช้ในการซื้อขายแบบคาดการณ์.
  17. GBPCAD (British Pound/Canadian Dollar): คู่เงินนี้รวมถึงสกุลเงินปอนด์สเตอร์ลิง (GBP) และดอลลาร์แคนาดา (CAD). มีความสัมพันธ์กับเหตุการณ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจในสหราชอาณาจักรและแคนาดา.
  18. EURNZD (Euro/New Zealand Dollar): คู่เงินนี้รวมถึงสกุลเงินยูโร (EUR) และดอลลาร์นิวซีแลนด์ (NZD). เป็นคู่เงินที่มีความผันผวนในราคาและมักใช้ในการเทรดในระยะเวลาสั้น.
  19. AUDCAD (Australian Dollar/Canadian Dollar): คู่เงินนี้รวมถึงดอลลาร์ออสเตรเลีย (AUD) และดอลลาร์แคนาดา (CAD). มีความสัมพันธ์กับราคาน้ำมันและอุตสาหกรรมทรัพยากรในออสเตรเลียและแคนาดา.
  20. GBPCHF (British Pound/Swiss Franc): คู่เงินนี้รวมถึงสกุลเงินปอนด์สเตอร์ลิง (GBP) และฟรังก์สวิส (CHF). เป็นคู่เงินที่มีความเสถียรและมักเป็นที่นิยมในการลงทุนในฟรังก์สวิส.
  21. AUDCHF (Australian Dollar/Swiss Franc): คู่เงินนี้รวมถึงดอลลาร์ออสเตรเลีย (AUD) และฟรังก์สวิส (CHF). เป็นคู่เงินที่มีความผันผวนในราคาและมักใช้ในการเทรดในระยะเวลาสั้น.
  22. EURCAD (Euro/Canadian Dollar): คู่เงินนี้รวมถึงสกุลเงินยูโร (EUR) และดอลลาร์แคนาดา (CAD). มีความสัมพันธ์กับเหตุการณ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจในยุโรปและแคนาดา.
  23. CADJPY (Canadian Dollar/Japanese Yen): คู่เงินนี้รวมถึงดอลลาร์แคนาดา (CAD) และเยนญี่ปุ่น (JPY). มีความสัมพันธ์กับราคาน้ำมันและอุตสาหกรรมทรัพยากรในแคนาดา.
  24. GBPNZD (British Pound/New Zealand Dollar): คู่เงินนี้รวมถึงสกุลเงินปอนด์สเตอร์ลิง (GBP) และดอลลาร์นิวซีแลนด์ (NZD). มีความผันผวนในราคาและมักใช้ในการเทรดในระยะเวลาสั้น.
  25. CADCHF (Canadian Dollar/Swiss Franc): คู่เงินนี้รวมถึงดอลลาร์แคนาดา (CAD) และฟรังก์สวิส (CHF). เป็นคู่เงินที่มีความเสถียรและมักเป็นที่นิยมในการลงทุนในฟรังก์สวิส.
  26. CHFJPY (Swiss Franc/Japanese Yen): คู่เงินนี้ประกอบด้วยฟรังก์สวิส (CHF) และเยนญี่ปุ่น (JPY). มีความสัมพันธ์กับเหตุการณ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจในสวิสและญี่ปุ่น.
  27. NZDCAD (New Zealand Dollar/Canadian Dollar): คู่เงินนี้รวมถึงดอลลาร์นิวซีแลนด์ (NZD) และดอลลาร์แคนาดา (CAD). มีความสัมพันธ์กับราคาน้ำมันและอุตสาหกรรมทรัพยากรในนิวซีแลนด์และแคนาดา.
  28. NZDCHF (New Zealand Dollar/Swiss Franc): คู่เงินนี้รวมถึงดอลลาร์นิวซีแลนด์ (NZD) และฟรังก์สวิส (CHF). เป็นคู่เงินที่มีความเสถียรและมักเป็นที่นิยมในการลงทุนในฟรังก์สวิส.

การวิเคราะห์หลักการของคู่เงิน

การวิเคราะห์หลักการของคู่เงิน (Fundamental Analysis) เป็นกระบวนการที่ใช้ข้อมูลทางเศรษฐกิจและการเมืองของประเทศเพื่อประเมินค่าของคู่เงินและทำนายแนวโน้มของราคาในอนาคตในตลาด Forex ดังนี้:

  • ข้อมูลเศรษฐกิจ: การวิเคราะห์หลักการเริ่มต้นด้วยการสำรวจข้อมูลเศรษฐกิจของประเทศที่เป็นส่วนหนึ่งของคู่เงินนั้น รวมถึงอัตราดอกเบี้ย, การเงิน, การบริหารงบประมาณ, อัตราการเติบโตของ GDP, อัตราการเงินต่าง ๆ และตัวชี้วัดอื่น ๆ ที่สามารถส่งผลต่อค่าเงินของประเทศนั้น ๆ
  • การเมือง: ประเทศที่มีความเสถียรทางการเมืองมักมีค่าเงินที่แข็งแรงขึ้น การเมืองที่ไม่สมดุลหรือมีความไม่แน่นอนอาจทำให้ค่าเงินมีความผันผวนมากขึ้น ดังนั้นการเฝ้าระวังข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับการเมืองของประเทศนั้นเป็นสิ่งสำคัญ.
  • การประชุมของธนาคารกลาง: ความตั้งใจในการประชุมของธนาคารกลางของประเทศส่วนใหญ่มักเป็นเหตุการณ์สำคัญในตลาด Forex เพราะพวกเขามีอำนาจในการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ย การประชุมและคำพูดของผู้นำธนาคารกลางสามารถส่งผลต่อค่าเงิน.
  • ความสัมพันธ์กับประเทศอื่น: คู่เงินสามารถมีความสัมพันธ์กับประเทศอื่น ๆ ผ่านการค้า, การลงทุน, และเหตุการณ์ทางเศรษฐกิจที่มีผลต่อทั้งสองประเทศ การวิเคราะห์คู่เงินจะต้องพิจารณาถึงความสัมพันธ์นี้ด้วย.
  • ข่าวสาร: ข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจและการเมืองของประเทศสามารถมีผลกับค่าเงินในระยะสั้น เช่น ข้อมูลการจราจร, ค่าความเป็นไปได้ของเพิ่มเติม, และเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด.
  • ความสามารถในการสร้างรายได้: การวิเคราะห์ความสามารถในการสร้างรายได้ของประเทศและกำไรของธุรกิจในประเทศสามารถมีผลต่อค่าเงิน.